ขั้นตอนวิธีการเลี้ยงมดแดง การแหย่ไข่มดแดง การเตรียมพื้นที่เลี้ยงมดแดง


ขั้นตอนวิธีการเลี้ยงมดแดง การแหย่ไข่มดแดง การเตรียมพื้นที่เลี้ยงมดแดง

ขั้นตอนวิธีการเลี้ยงมดแดง การแหย่ไข่มดแดง การเตรียมพื้นที่เลี้ยงมดแดง การทำอุปกรณ์ให้น้ำและอาหารแก่มดแดง การทำสะพานให้มดเดิน

 

วิธีการเลี้ยงมดแดง

การเตรียมพื้นที่เลี้ยงมดแดง

สภาพพื้นที่ในการเลี้ยงมดแดง ควรเป็นที่ราบและเปิดโล่ง มีต้นไม้ขนาดเหมาะสม สูงไม่เกิน 6 เมตร เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ และเรือนยอดที่ไม่เบียดชิดหรือร่มทึบมากเกินไปจนแสงแดดส่องไม่ถึงพื้น เช่น มะม่วง ชมพู่ หว้า เงาะ ลองกอง ลำไย เป็นต้น

ที่สำคัญคือควรมีแหล่งน้ำหรืออยู่ใกล้แหล่งน้ำ และกำจัดศัตรูมดแดงทำลายทางเดินของปลวกที่หุ้มลำต้น ทั้งนี้ ต้องสร้างความเข้มแข็งให้อาณาจักรมดและขยายรังได้เต็มพื้นที่ในแปลงสาธิตที่ผมและทีมงานได้ชมนี้เป็นสวนมะม่วงเก่าที่เจ้าของเต็มใจให้ใช้ทดลองศึกษาการเลี้ยงมดแดง ซึ่งปลูกในสภาพสวนที่ไม่ได้ยกร่องขนาด สวนประมาณ 30-40 กว่าไร่

 

การนำมดแดงมาปล่อย

ในการนำมดแดงมาปล่อยเลี้ยงนั้น สามารถเสาะหามดแดงที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ที่อยู่ตาม ต้นไม้ในป่าใกล้บ้าน หรือตามแหล่งที่มีตามธรรมชาติ โดยยึดขนาดรังมดแดงเป็นหลักและต้องแน่ใจว่ามีมดราชินีอยู่ด้วยธรรมชาติของมดแดงที่มาจากครอบครัวเดียวกันหรืออาณาจักรเดียวกันจะไม่กัดกัน จะทำให้เรารู้ว่า มดแดงหนึ่งอาณาจักรประกอบไปด้วยกี่รังหรือมีการใช้พื้นที่กว้างแค่ไหน

สามารถกระทำได้โดย นำมดจากรังภายในต้นไม้เดียวกัน เอามารังละ 10-20 ตัว แล้วเอามาปล่อย ในรังใดรังหนึ่ง ของอีกต้นหนึ่ง แล้วเฝ้าดูว่ามดเหล่านี้กัดกันหรือไม่แล้วบันทึกผล จากนั้น นำมดแดงจากรังที่อยู่ต้นอื่น และห่างไกลกันออกไป มาไว้ในรังใดรังหนึ่ง แล้วเฝ้าดูว่ามดแดง จะกัดกันหรือไม่ ถ้ามดกัดกันแสดงว่าเป็นคนละอาณาจักร หากไม่กัดกันก็แสดงว่าเป็นมดที่อยู่ในอาณาจักรเดียวกัน ตรวจนับจำนวนรังมดแดงในอาณาจักรมดแดงหนึ่งจะประกอบไปด้วยจำนวนรังกี่รังทั้งนี้ใน 1อาณาจักรควรจะมีรังมดแดง 5 รังขึ้นไปมดแดงรังเล็ก

ตามธรรมชาติมดแดงจะชอบสร้างรังเล็กๆในช่วงฤดูฝนมดแดงจะสร้างรังเล็กๆ อยู่ค่อนข้างต่ำ เมื่อพบรังมดแดงดังกล่าวให้ใช้กรรไกรตัดกิ่ง ตัดรังมดแดงบรรจุลงถุง หรือกระสอบปุ๋ยมัดปากให้แน่น เพื่อไม่ให้มดแดงไต่ออก แล้วนำไปเปิดปากถุงที่โคนไม้ที่เตรียมไว้มดแดงจะไต่ขึ้นไปอาศัยบนต้นไม้ และเตรียมทำรังต่อไปมดแดงรังใหญ่มดแดงรังใหญ่มักอยู่ในที่สูง วิธีการนำรังมดแดงลงมาจากต้นไม้จึงลำบาก จึงควรใช้วิธีแหย่จะได้มดแดงมาปล่อยเลี้ยงตามต้องการแต่ต้องแน่ใจว่ามีมดราชินีอยู่ด้วย

การเลี้ยงมดแดง

ข้อควรระวังในเรื่องศัตรูของมดแดง มดดำทุกชนิดเป็นศัตรูโดยตรงของมดแดงหากมดฝ้ายใดพลัดหลงเข้าไปในกลุ่มของฝ่ายตรงข้าม ก็จะถูกรุมกัดจนตาย มดดำจะเก่งกล้ากว่ามดแดงมาก โดยเฉลี่ยแล้วมดดำ ตัวเดียว จะสามารถทำลายมดแดงได้ถึง 10 ตัว และมดอีกชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า มดไฮ มดชนิดนี้บางท้องถิ่น เรียกว่า “มดเอือด” เป็นมดขนาดเล็กลำตัวยาวไม่เกิน 1 มิลลิเมตร เป็นศัตรูที่ร้ายแรงที่สุดของมดแดงอย่างยิ่ง เนื่องจากมดชนิดนี้มีเยี่ยวที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงมาก หากมดแดงได้รับกลิ่น และถูกเยี่ยวของมันก็จะตายทันที คล้ายกับว่าได้รับแก็สพิษ มดไฮ 1 ตัว สามารถทำลายมดแดงได้ถึง 20 ตัวทีเดียว

ข้อห้ามในการเลี้ยงมดแดง คือ อย่าจุดไฟใต้ต้นไม้ หรือ การใช้ขี้เถ้าหว่านบนต้นไม้และไม่ควรใช้สารเคมีฉีดพ่นบริเวณใกล้เคียงที่เป็นแหล่งมดแดง

การทำอุปกรณ์ให้น้ำและอาหารแก่มดแดง

ใช้ไม้กระดานขนาดประมาณ 16 * 21 นิ้ว ทำเป็นแท่นให้อาหาร โดยตอกเป็นแป้นวางสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันศัตรูเช่น สุนัขขึ้นไปกินเศษอาหาร การให้อาหารเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม ในช่วงแรกต้องให้ในปริมาณมากและค่อนข้างถี่ เพื่อช่วยเร่งให้มดงานสร้างรังขนาดใหญ่ๆ นอกจากนี้ ควรให้น้ำตาลเพื่อเป็นแหล่งพลังงานให้มดงานด้วย

หาภาชนะใส่น้ำให้มดแดงกินตลอดเวลา อาจเป็นขวดพลาสติกตัดครึ่ง ใช้ตะปูตอกไว้กับต้นไม้หรือวางไว้บนแปนอาหารก็ได้แล้วใส่ไม้ลงไปให้มดแดงไต่ไปกินน้ำ
ให้อาหาร เช่น เศษเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา แมลงทุกชนิด หอยเชอรี่หรือหอยชนิดต่าง ๆ ก็ได้

การทำสะพานให้มดเดิน

กรณีที่ต้นไม้ที่เลี้ยงมีหลายกิ่ง ใช้เชือกโดยมัดโยงจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่งในการหาอาหาร มดแดงจะเดินทางไปรอบๆ ที่อยู่ของมัน เพื่อหาอาหารไปป้อนตัวอ่อนตลอดจนการไปมาหาสู่กัน หรือการไปสำรวจที่ในการสร้างรังใหม่ ดังนั้นเพื่อเป็นการสนับสนุนให้มดแดงเดินทางโดยสะดวก ในช่วงฤดูฝน มดแดงจะเดินทางด้วยความลำบากอย่างยิ่ง

เนื่องจากพื้นดิน เปียกแฉะและมีหญ้าขึ้นรกรุงรัง หากผู้เลี้ยงมดแดงจัดทำทางเดินให้ นอกจากการให้อาหารเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม ในช่วงแรกต้องให้ในปริมาณมากและค่อนข้างถี่เพื่อช่วยเร่งให้มดงานสร้างรังขนาดใหญ่ๆ นอกจากนี้ ควรให้น้ำตาลเพื่อเป็นแหล่งพลังงานให้มดงานด้วยมดแดงชอบอาหารที่แห้งสนิท เช่น ปลาแห้ง จิ้งจก ตุ๊กแก งูที่ตายแล้วนำไปตากแห้งและที่ชอบเป็นพิเศษ คือ แมลงชนิดต่าง ๆ โดยจะคาบไปสะสมไว้ในรัง หากอาหารชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารถจะคาบหรือลากไปเก็บไว้ในรังได้มดแดงจะช่วยกันกัดและเยี่ยวราดเอาไว้เพื่อไม่ให้เน่าเหม็นและจะรอจนกว่าอาหารนั้นแห้ง จึงจะค่อยกัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นำเอาไปเก็บไว้ในรังเพื่อป้อนตัวอ่อนและนำไปเป็นอาหาร

รศ.ดร.เดชา วิวัฒน์วิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสังเกตุพบว่าในฤดูฝนมดแดงไม่ชอบเดินทางออกจากต้นไม้ที่มันสร้างรังอยู่เนื่องจากพื้นดินเปียกแฉะ ในฤดูฝนนี้มดแดงจึงหาอาหารได้ไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเราจัดหาที่ให้น้ำและอาหารไว้บริเวณที่มดแดงอาศัยอยู่แล้ว จะทำให้มดแดงไข่อย่างสมบูรณ์ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการเลี้ยงมดแดง

ปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงมดแดงที่เป็นวรรณะสืบพันธุ์ในผลิตไข่คือความชื้น ถ้าปีไหนฝนหยุดเร็ว อากาศแห้งแล้งมาเร็วก็จะผลิตไข่เร็วขึ้น เช่นถ้าฝนหยุดตกเดือนกันยายน ประมาณเดือน มกราคมก็จะได้ไข่ หากฝนหยุดตกในเดือนพฤศจิกายน ก็จะได้ไข่เดือน กุมภาพันธุ์เป็นต้น รวมเวลาในการเลี้ยงประมาณ 4-5 เดือน

การแหย่ไข่มดแดง

ใช้ตะกร้าผูกติดปลายไม้ไผ่แหย่เข้าไปในรังแล้วเขย่า มดแดงและไข่จะร่วงลงไปในตะกร้า

การเลี้ยงมดแดง

การเลี้ยงมดแดง

การแยกไข่มดแดง

นำตะกร้ามดแดงพร้อมไข่เทลงในกระด้ง โรยด้วยแป้งมันสำปะหลัง เกลี่ยให้กระจายมดแดงจะทิ้งไข่ไต่ออกจากกระด้ง เหลือแต่ไข่เท่านั้น

การเลี้ยงมดแดง

เมื่อ แหย่ไข่มดแดงแล้ว จะได้ทั้งไข่และมดแดงรวมกัน ในกระจาด หรือกระด้ง โรยด้วยแป้งมันสำปะหลัง เกลี่ยให้กระจายออกออก มดแดงจะไต่ออกไปจากไข่ทันทีโดยที่ไม่คาบเอาไข่ไปด้วย ควรนำกระจาดหรือกระด้ง1 วางชิดกับโคนต้นไม้ที่ต้องการเลี้ยงมดแดงด้วย มดแดงจะขึ้นไปอาศัยอยู่บนต้นไม้และเตรียมสร้างรังต่อไป คงเหลือแต่ไข่มดแดงเท่านั้น และควรปล่อยแม่มดแดง (แม่เป้ง) ให้หมด ไม่ควรนำมาคั่วกิน

การเก็บไข่มดแดงส่วนใหญ่ใช้เวลา 10-15 วันต่อครั้ง จึงจะสามารถกลับมาเก็บได้อีก ผลผลิตที่ได้คือ ตัวหนอนและดัก

การนำไข่มดแดงไปจำหน่าย ควรจัดเตรียมวัสดุที่ใช้ห่อด้วย ที่นิยมมาก ในท้องถิ่น คือการห่อด้วยใบตอง กาบกล้วย และใบตองที่มีในท้องถิ่น ได้แก่ตองกุง เป็นต้น เพื่อป้องกันไข่มดแดงไม่ให้เน่าเสียหาย เพราะไข่มดแดงเป็นผลผลิตที่เน่าเสียหายเร็ว ฉะนั้น เมื่อเก็บผลผลิตมาแล้ว ควรนำไปจำหน่ายโดยเร็ว ถ้าจำหน่ายไม่หมด ให้รีบนำไปเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ เช่นเก็บไว้ในตู้เย็น เป็นต้น

การเลี้ยงมดแดง

จากแนวคิดที่นำความรู้เรื่องมดแดงมาต่อยอดให้เกษตรกรที่สนใจเลี้ยงมดแดงเพื่อเพิ่มรายได้ นับว่าเป็นโครงการวิจัยเพิ่มผลผลิตไข่มดแดงในเชิงพาณิชย์ ที่รศ.ดร.เดชา วิวัฒน์วิทยา อาจารย์ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประสบผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะปกติแล้วชาวบ้านแหย่รังไข่มดแดงในป่าได้ประมาณ 2-3 ขีดต่อรัง แต่จากการทำวิจัยที่ผ่านมานั้นพบว่า สามารถเพิ่มผลผลิตไข่มดแดงได้เฉลี่ย 1-2 กิโลกรัมต่อรังเลยที่เดียว โดยใช้เงินลงทุนต่ำแต่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าตลอดทั้งฤดูกาล และชาวบ้านไม่ต้องทิ้งชนบทเข้าเมืองไปใช้แรงงานในช่วงหน้าแล้งอีกด้วย

การเลี้ยงมดแดง

การเลี้ยงมดแดงในสวนมะม่วง: พนม เกิดแสง , สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ท่านที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลี้ยงมดแดงติดต่อได้ที่
รศ.ดร.เดชา วิวัฒน์วิทยา ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ มหาวิทยาลัยเกษศาสตร์โทร. 0-2579-0176.

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลาดยาว จตุจักร กทม.
10900 โทร 02-5792294 และ 02-9428460 ต่อ 345 หรือ
http://www.eto.ku.ac.th/media/index.html
การเลี้ยงมดแดงในสวนมะม่วง: พนม เกิดแสง , สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
www.monmai.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87/