วิธีการเลี้ยงปลาทอง ปลาทองหัวสิงห์หรือหัววุ้น และปลาทองออรันดา


วิธีการเลี้ยงปลาทอง ปลาทองหัวสิงห์หรือหัววุ้น และปลาทองออรันดา

วิธีการเลี้ยงปลาทอง ปลาทองหัวสิงห์หรือหัววุ้น และปลาทองออรันดา วิธีการเลี้ยงปลาทองอย่างถูกต้องมีดังต่อไปนี้

  

ปลาทอง ถือได้ว่าเป็นปลาสวยงามที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ เพราะด้วยรูปร่างที่เป็นสีส้มทอง มีความสวยงามอย่างมาก นอกจากนั้นปลาทอง ยังเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย ดูแลง่ายอีกด้วย ปลาทองยังเป็นปลาที่เชื่อกันว่าเป็นปลามงคล เหมาะสำหรับการเลี้ยงไว้ในบ้าน ปลาทองที่ปัจจุบันนิยมเลี้ยงกัน มี 2 สายพันธุ์ ดังต่อไปนี้

ปลาทองหัวสิงห์ หรือหัววุ้น เป็นปลาทองที่มีลักษณะตัวอ้วนกลม บริเวณหัวจะมีก้อนเนื้อคลุมทับเอาไว้ เหมือนกับสวมหมวก หรือสวมหัวโขนอยู่
ปลาทองออรันดา เป็นปลาทองที่มีลักษณะเรียวยาวสวยงาม ลำตัวจะไม่อ้วนกลมเท่ากับปลาทองหัวสิงห์ (แต่ก็ไม่ต่างกันมากนัก) ส่วนหางจะเป็นพวงยาวสวยงาม

วิธีการเลี้ยงปลาทองอย่างถูกต้อง มีดังต่อไปนี้

1. คำนึงเรื่องของภาชนะก่อนเป็นอันดับแรก เพราะการเลี้ยงปลาทองนั้น เรื่องของความสะอาดของภาชนะที่ใช้เลี้ยง ถือว่าสำคัญเป็นอันดับแรก สำหรับการเลี้ยงปลาทองให้สุขภาพดีและแข็งแรง มักนิยมเลี้ยงในตู้กระจก และอ่างซีเมนต์ โดยหากเลี้ยงในตู้กระจก ควรบรรจุน้ำที่ประมาณ 40 ลิตร ต่อปลาทอง 12 ตัว ควรหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ

หากเป็นการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ ควรคำนึงถึงเรื่องแสง คือไม่อับแสง และไม่เลี้ยงกลางแสงจ้า สภาพบ่อนั้นแนะนำให้ทำแบบลาดเอียง จะได้ง่ายต่อการเปลี่ยนถ่ายน้ำ หากเลี้ยงกลางแจ้ง (เช่นเลี้ยงนอกตัวอาคาร) ควรหาตาข่ายพรางแสงมาปิดไว้ด้วย

2. คุณภาพของน้ำที่ใช้เลี้ยง เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต่อมา โดยหากเป็นน้ำประปา ควรมีการเตรียมน้ำก่อนการใช้ทุกครั้ง เพื่อป้องกันคลอรีนตกค้าง ซึ่งเป็นอันตรายต่อปลาทอง โดยการเปิดน้ำใส่ภาชนะและตากแดดเอาไว้ให้คลอรีนระเหยไป หรือหากมีงบหน่อยก็ให้ติดตั้งเครื่องกรองโดยเฉพาะ

3. อากาศและการไหลเวียนของอ็อกซิเจนในน้ำ เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ต้องมีการคำนึงถึง เพราะว่าธรรมชาติปลาทอง เป็นปลาที่ต้องการอาศัยในน้ำที่มีอ็อกซิเจนสูง และต้องคำนึงถึงตลอดเวลาว่า ปลาทองจะต้องการอ็อกซิเจนเพิ่มตามขนาด ดังนั้นต้องมีการหมุนเวียนน้ำให้มีอ็อกซิเจนมากพอเท่าที่ปลาทองนั้นต้องการ (ปัจจุบันมีเครื่องเติมอ็อกซิเจนลงไปโดยตรงวางขายตามร้านสัตว์เลี้ยงหรือปลาทอง) นอกจากนั้นเรื่องของอุณหภูมิ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย โดยปลาทองต้องการอุณหภูมิที่คงที่ประมาณ 28-35 องศาเซลเซียส

4. การให้อาหารปลาทอง ควรให้ประมาณ 1-2 ครั้งต่อวันและให้ในปริมาณที่แนะนำที่ข้างซอง ไม่ควรให้มากเกินไป เพราะเสี่ยงต่อการที่ปลาทองจะอ้วนได้ (เป็นอันตรายต่อมัน) นอกจากนั้นแล้วอาหารอย่างพวกลูกน้ำ หนอนแดงก็เป็นอาหารเสริมที่ปลาทองต้องการเช่นกันครับ