วิจัยเพาะพันธุ์ “ปลาซิวข้างขวานเล็ก” ส่งขายต่างประเทศ


วิจัยเพาะพันธุ์ “ปลาซิวข้างขวานเล็ก” ส่งขายต่างประเทศ

วิจัยเพาะพันธุ์ “ปลาซิวข้างขวานเล็ก” ส่งขายต่างประเทศ

  

ตรัง – ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง เพาะพันธุ์ปลาซิวข้างขวานเล็กขายสู่ตลาด เนื่องจากเป็นปลาที่มีความสวยงามทางเศรษฐกิจ เพราะขายได้ราคาดี และมีมูลค่าการส่งออกสูง

วันนี้ (10 ธ.ค.) นายสุชาติ ไกรสุรสีห์ นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง กล่าวว่า ปลาซิวข้างขวานเล็ก เป็นปลาน้ำจืดมีถิ่นกำเนิดในประเทศเขตร้อน ทั้งประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเกาะสุมาตรา ซึ่งประเทศไทยพบที่ภาคใต้ และภาคตะวันออก โดยเฉพาะปัจจุบันพบมากที่สุด คือ ที่อำเภอย่านตาขาว และอำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

นอกจากนั้น ปลาซิวข้างขวานเล็กยังจัดเป็นปลาที่มีความสวยงามทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง เพราะขายได้ราคาดี เป็นที่ต้องการของตลาด และมีมูลค่าการส่งออกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมาปลาที่จำหน่ายและส่งออกมักจะจับได้จากธรรมชาติ แต่ปัจจุบันได้เกิดปัญหาสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรม และบางพื้นที่ก็ได้ทำการขุดลอกคลอง จนทำให้แหล่งวางไข่ของปลาถูกทำลาย จึงเป็นเหตุให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง

ทั้งนี้ กรมประมงมีนโยบายในการเพาะพันธุ์ปลาซิวข้างขวานเล็ก เพื่อปล่อยกลับคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ อันเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ปลาชนิดนี้ไม่ให้สูญพันธุ์ และพัฒนาการเลี้ยงให้เป็นปลาเศรษฐกิจส่งออกเพื่อทดแทนการจับจากธรรมชาติ โดยได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง ทำการศึกษา การทดลอง และการเพาะขยายพันธุ์ กระทั่งประสบความสำเร็จและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

การเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ มี 2 วิธี คือ การเพาะพันธุ์ในตู้กระจก ขนาด 45x90x45 เซนติเมตร ระดับน้ำลึก 35 เซนติเมตร โดยการใส่พ่อแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดี คือ อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ มีน้ำหนักอยู่ในช่วง 0.30-0.60 กรัม ในอัตราส่วน 1:1 ตัวผู้ 3 ตัว ตัวเมีย 3 ตัว ส่วนอีกวิธีคือ การเพาะพันธุ์ในบ่อซีเมนต์ ขนาด 1x2x1 ตารางเมตร ระดับน้ำลึก 50 เซนติเมตร โดยใส่พ่อแม่พันธุ์ อัตราส่วน 1:1 ตัวผู้ 10 ตัว ตัวเมีย 10 ตัว

ปลาซิวข้างขวาน ถือเป็นปลาสวยงามที่มีความแปลกไปจากปลาน้ำจืดชนิดอื่นๆ จากเดิมทีที่แทบไม่มีใครรู้จัก กลับมาได้รับความนิยมในเลี้ยงกันอย่างรวดเร็ว ถึงกับเริ่มมีผู้สนใจที่จะเพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อจะส่งออกไปยังตลาดในต่างประเทศ ซึ่งหากยังเป็นลูกปลาจะมีราคาอยู่ที่ตัวละ 2 บาท แต่หลังจากเลี้ยงไปได้ 4 เดือน จนมีขนาดโตเต็มที่แล้ว อาจจะมีราคาขยับเพิ่มสูงขึ้นถึงตัวละ 50 บาท

แหล่งข้อมูล
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000150631